เรื่องเล่าจากยันต์ในวัวอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย”

Last updated: 2019-05-29  | 

เรื่องเล่าจากยันต์ในวัวอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย”

หลวงปู่หนุน สุวิชโย วัดพุทธโมกพลาราม จ.สกลนคร 

" พระพุทธรูปลึกลับดำดิน..ณ วัดพุทธโมกพลาราม..ที่มาแห่งยันต์ อุปัทเทยยะ"

< เนื้อชนวน>

<เนื้อทองเเดง>

ขึ้นตัวต้นเเบบ



เป็นที่ทราบกันดีว่าพระพุทธรูปและยันต์อุปัทเทยยะนั้นเป็นของคู่บารมีหลวงพ่อหนุน สุวิชโย มาตลอด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ที่มาของ พระพุทธรูปและยันต์อุปัทเทยยะ (ขอขอบพระคุณข้อมุลจาก มหาปุญญ์โญ ๛ พระเครื่อง&วัตถุมงคล ๛เด็กวัดอีกคนที่อยู่ในเหตุการคืนนั้น) ขออนุญาติเรียบเรียงใหม่ดังนี้นะครับ

ราวๆปี พ.ศ. 2524-2525 หลังจากหลวงพ่อหนุนทำวัตรเสร็จ ณ วิหารสวดมนต์วัดพุทธโมกพลารามซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ด้านหน้าโบสถ์หิน สมัยนั้นยังมุงด้วยหญ้าคา เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ในคืนเดือนหงายของช่วงฤดูหนาว มีเด็กวัดคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่ใกล้หลวงพ่อหนุนและมีอาการคล้ายถูกสิง แล้วพูดขึ้นว่า "ตอนนี้พระพุทธรูปองค์นั้นได้เสด็จมาถึงวัดพระคุณเจ้าแล้ว" เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลวงพ่อหนุนได้ลุกขึ้นจัดแจงแต่งดอกไม้ 5 คู่ เทียนเบี้ย 5คู่ ใส่จาน แล้วพากันลุกเดินออกไปข้างนอกโดยมีเด็กวัดคนดังกล่าวนำทางไปเดินมุ่งหน้าไปด้านทิศใต้บริเวณลานธรรมปริวาสฯ ซึ่งแต่ก่อนข้างๆ ลานธรรมนี้จะมีคลองน้ำธรรมชาติ ในปัจจุบันจะเป็นบริเวณด้านขวามือหลังพระประธานลานธรรมปริวาสฯ พอลงมาไปถึงคลองก็เลี้ยวขวา เดินเลาะไปตามหาดหินลูกรัง



เดินไปสักพักเด็กวัดคนดังกล่าวก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ซึ่งมีความหมายว่า "ถึงแล้ว" จากนั้นหลวงพ่อหนุน ก็นั่งลงด้วยอาการสำรวมระวังตั้งใจ วางขันดอกไม้ลง จากนั้นท่านก็ใช้มือเปล่าของท่านทั้งสองข้าง คุ้ยหินลูกรังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้แสงจันทร์ในคืนเดือนหงาย บรรยากาศตอนนั้นดูสงบ..เงียบงัน..หลวงพ่อหนุนคุ้ยลึกลงไปไม่ถึงศอก ทันใดก็ปรากฎว่ามีวัตถุลักษณะกลมๆ มียอดแหลมๆ โผล่ปรากฎแก่สายตา. แม้ว่าแสงจันทร์คืนนั้นอาจจะให้ความสว่างได้ไม่มากนักก็ตาม แต่ลักษณะของสิ่งที่เห็นนั้น คือ เศียรพระพุทธรูป แล้วหลวงพ่อหนุนก็ใช้สองมือช้อนพระพุทธรูปองค์นั้นขึ้นมาด้วยอาการเคารพและระมัดระวังมาก ต่อจากนั้นจึงได้อุ้มองค์พระเข้าปะดิษฐานในวิหารเพื่อสักการะบูชา



พอวันรุ่งขึ้นหลวงพ่อหนุนจึงสังเกตุดูเนื้อและลักษณะขององค์พระพุทธรูปว่ามีลักษณะอย่างไร จึงพอสรุปได้ว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่โบราณเนื้อดินเผา ฐานขององค์พระกว้างประมาณคืบ และท่านพอพลิกใต้ฐานองค์พระขึ้นมาดู จึงได้เห็นอักขระโบราณประมาณ5-6 ตัว ซึ่งหลวงพ่อหนุนท่านเองก็อ่านไม่ออก ท่านจึงได้นำองค์พระไปให้หลวงปู่เกตุ หรือท่านพระครูพิศาลสิกขยุต อดีตเจ้าอาวาสวัดยอดลำธารบ้านนาแก้ว ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ในละแวกรูปหนึ่งที่หลวงพ่อหนุนนับถือท่านอย่างมากได้ดู หลวงปู่เกตุ ท่านได้เมตตาอ่านและถอดใจความของอักขระนั้นว่า เป็นภาษาโบราณ แปลเป็นภาษาบาลีอ่านว่า “อุปัทเทยยะ” แปลจากบาลีมาเป็นภาษาไทยว่า ปราศจากอุปัทวันตรายต่างๆ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาพระพุทธรูปและยันต์อุปัทเทยยะจึงเป็นของคู่กายหลวงพ่อหนุนเสมอมา.....และท่านได้ดำริให้ใส่ยันต์อุปัทเทยยะนี้ในวัวอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย” ด้วย โดยยันต์อุปัทเทยยะนั้นจะอยู่บริเวณหัวของวัวครับ



 

 

รอบรู้เรื่องยันต์....บนหลังวัว??? วัวธนูอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย”
หลวงพ่อหนุน สุวิชโย วัดพุทธโมกพลาราม จ.สกลนคร



รูปแบบของยันต์ที่ถูกวางไว้บนหลังวัวธนูอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย” คือสุดยอดยันต์มาประกอบเข้าด้วยกันดังนี้

บริเวณหัวถึงโหนกหลังถูกวางด้วยยันต์พุทธม้วนโลกสุดยอดพระยันต์ครูของหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า มีลักษณะทั่วไปเป็นอักขระ พุทธขอม สามชั้นวนๆ เเล้ววนเข้าหาหัว หรือ วนเข้าหาวงกลม มีสองเเบบ เรียกได้ว่าดีทางเเคล้วคลาดเเละมหาอุตม์

บริเวณกลางหลังถูกวางด้วยยันต์ "นะมะพะทะ" ธาตุทั้ง 4..ที่เขียนสลับตำแหน่งไปมาในตาราง
ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยอดยันต์ที่ต้องมีไว้
นะ คือ ธาตุน้ำ เป็นเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ 
มะ คือ ธาตุดิน ช่วยให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี
พะ คือ ธาตุไฟ ช่วยป้องกันนภูติ ผี ปีศาจ
ทะ คือ ธาตุลม เป็นกำบังแคล้วคลาด ศัตรูมองไม่เห็น

บริเวณรอบตารางยันต์ธาตุทั้ง 4 ถูกรายล้อมด้วยยันต์อุณาโลม โดยยันต์อุนาโลมคือยอดยันต์ที่ประดุจดั่งเกศของพระพุทธเจ้า ยันต์อุณาโลมเป็นปฐมยันต์ที่ให้กำเนิดแก่ยันต์ทั้งปวง ไม่ว่าจะลงอักขระเลขยันต์ชนิดใดต้องมียันต์อุณาโลมเป็นประธานบนยอดทุกครั้งไป ถือเป็นปฐมยันต์ที่สูงสุด ศักดิ์สิทธิ์ และสร้างความสำเร็จถึงขั้นสูงสุด
เรียกได้ว่าวัวธนูอาถรรพ์ “รุ่นแรก หนุนเฮงพารวย” ได้รวมเอาสุกยอดยันต์ว่ารวมไว้ให้ผู้ที่ได้ครอบครองบูชาแน่นอนครับ
-------------------------------------

กำหนดการรับวัตถุมงคล เเละ พิธีปลุกเสก - ปลายเดือนมกราคม พ.ศ.2562

Powered by MakeWebEasy.com